รถไฟในญี่ปุ่น

ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศหนึ่งที่มีระบบการขนส่งทางรถไฟที่ขยายกว้างมาก การขนส่งทางรถไฟของญี่ปุ่นนับว่ามีความสำคัญมากและผู้คนส่วนใหญ่ในประเทศนิยมใช้บริการรถไฟของญี่ปุ่นมาก เนื่องจากมีความสะดวกรวดเร็วทำให้ในแต่ละวันของประเทศมีชาวญี่ปุ่นใช้บริการรถไฟจำนวนหลายหมื่นคน รถไฟญี่ปุ่นโดยเฉพาะในกรุงโตเกียวมีรถไฟให้บริการจำนวนมาก โดยเฉพาะรถไฟใต้ดินที่มีจำนวนเส้นทางหลากหลายเส้นทางมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก นั้นเพราะว่าในกรุงโตเกียวมีประชากรหนาแน่นมากและในชั่วโมงเร่งด่วนนั้นชาวเมืองโตเกียวต้องเดินทางเพื่อไปให้ถึงที่ทำงานตรงเวลา อีกทั้งถนนในกรุงโตเกียวแออัดมากและรถติดยาว รวมถึงค่าบริการรถแท็กซี่ก็แพงมาก ทำให้ชาวญี่ปุ่นหันมาใช้บริการรถไฟสาธารณะจำนวนมาก เพราะมีราคาถูกกว่าและการเดินทางรวดเร็วกว่า ในแต่ละวันชาวโตเกียวจะเบียดเสียดกันเพื่อเข้าไปในตู้โดยสาร

การขนส่งโดยรถไฟของญี่ปุ่นนั้นนับว่ามีความก้าวหน้าอย่างมาก ซึ่งญี่ปุ่นมีการพัฒนารถไฟความเร็วสูงที่เรียกว่า ชิงกันเซ็ง เป็นรถไฟหัวจรวดที่มีความเร็วสูงใช้เพื่อเดินทางจากเมืองหนึ่งไปยังอีกเมืองหนึ่งที่ไกลหลายร้อยกิโลเมตรภายในเวลาที่รวดเร็ว รถไฟความเร็วสูงชิงกันเซ็งนั้นมีเส้นทางด้านทิศเหนือของโตเกียวซึ่งให้บริการจากโตเกียวขึ้นไปทางเหนือ นอกจากนี้ยังขยายไปตามภูมิภาคต่างๆของประเทศ ทำให้ญี่ปุ่นถูกเรียกว่าเป็นประเทศหนึ่งที่มีการขนส่งโดยรถไฟความเร็วสูงที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก รถไฟความเร็วสูงของญี่ปุ่นแม้ว่าจะมีราคาแพงแต่ก็สร้างความสะดวกสบายแก่ผู้โดยสารอย่างมาก ในอนาคตรถไฟญี่ปุ่นจะพัฒนาความเร็วสูงก้าวไปอีกขั้นหนึ่ง

คาชิม่า แอนท์เลอร์ส สโมสรดังในเจลีก ญี่ปุ่น

ในประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศหนึ่งที่ต้องบอกเลยว่า กีฬาของพวกเขานั้นเป็นเบอร์ 1 ของเอเชียเกือบทั้งหมดและแน่นอนว่าประเทศนี่แม้ว่าจะเป็นประเทศที่เป็นเกาะก็ตาม แต่เรื่องกีฬาพวกเขามีระเบียบมีวินัยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องของการฝึกซ้อมและเรื่องของความรับผิดชอบของพวกเขา แน่นอนว่า กีฬาชนิดหนึ่งที่พูดได้เสมอเลยว่า กีฬาชนิดนี้คนญี่ปุ่นก็นิยมอย่างแน่นอนนั้นคือฟุตบอล แต่ตอนนี้เรากำลังพูดถึงสโมสรแห่งหนึ่งที่เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพ จากเมืองคะชิมะ จังหวัดอิบะระกิ ประเทศญี่ปุ่น เล่นอยู่ในระดับเจลีกดิวิชั่น 1 นั้นคือ คาชิม่า แอนท์เลอร์ส แน่นอนว่านับตั้งแต่มีการก่อตั้งเจลีกขึ้นมาในปี ค.ศ. 1993 เป็นสโมสรฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จสูงสุดของญี่ปุ่น หากไม่นับรวมผลงานในระดับทวีป ด้วยการคว้าตำแหน่งชนะเลิศเจลีกถึง 7 สมัย, เจลีกคัพ 4 สมัย, เอมเพอเรอร์คัพ 4 สมัย และจบอันดับไม่เกินอันดับที่ 5 เฉลี่ยทุกฤดูกาลสูงถึงร้อยละ 70 และเป็นสโมสรแรกที่ได้แชมป์เจลีกติดต่อกันถึง 3 ฤดูกาล รวมถึงการได้ 3 แชมป์หรือทริปเปิลแชมป์ภายในฤดูกาลเดียวกันด้วย สัญลักษณ์ตลอดจนฉายาและตัวนำโชคของสโมสร คือ เขากวาง หรือกวางป่า อันเนื่องจากคะชิมะ (鹿島) สถานที่ตั้งสโมสร ในภาษาญี่ปุ่น แปลตรงตัวได้ว่า “เกาะกวาง”  ที่นี่มีสนามที่ได้มาตรฐานที่มีชื่อว่าคะชิมะ อยู่ในจังหวัดอิบะระกิของประเทศญี่ปุ่น ด้วความจุ 40,728 คนถือว่าเป็นสนามฟุตบอลที่มีความจุของคนที่เหมาะสมเลยทีเดียว เป็นอีกหนึ่งทีมที่ต้องบอกเลยว่า มีมาตรฐานเป็นอย่างมากจริงๆ

เจลีก ญี่ปุ่น ลีกอันดับ 1 ของเอเชีย

มหาอำนาจลูกหนังของโซนเอเชียต้องบอกเลยว่าประเทศที่มีขนมโตเกียวที่แสนอร่อยพร้อมกับราเม็งที่สุดแสนเข้มข้นด้วยน้ำซุปที่ต้องใส่ใจในการทำเป็นอย่างดีเลยทีเดียวแน่นอนว่าฟุตบอลของที่นี่เป็นระบบและมีระเบียบวินัยเป็นอย่างมากต้องบอกเลยว่าประเทศนี้ไม่เคยพลาดกับการแข่งขันฟุตบอลในรายการต่างๆแน่นอนเรากำลังพูดเรื่องราวของประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เข้มข้นในทุกๆเรื่อง โดยเฉพาะฟุตบอลที่พูดเลยว่าที่นี่เป็นแหล่งบมเพาะที่ดีที่สุดของทวีปเอเชียอย่างแน่นอน ประเทศญี่ปุ่นที่นี่มีสโมสรฟุตบอลที่ต้องบอกเลยว่ามีมาตรฐานเป็นอย่างมาก แน่นอนว่าคนทั้งทวีปเอเชียต่างที่อยากจะมาสัมผัสลีกฟุตบอลที่ดีที่สุดของทวีปเอเชียอย่างแน่นอน คนไทยเองก็อยากจะมาฝึกปรือที่นี่อย่างแน่นอนก้าวไปสู่ในทวีปยุโรปต่อไป แน่นอนว่า มีนักเตะไทยที่เคยมาค้าแข้งในประเทศญี่ปุ่นมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็น  วิทยา เลาหกุล หรือโค้ชเฮง ที่ได้เดินทางมาสัมผัสกับการเล่นฟุตบอลที่ญี่ปุ่นมาแล้ว ซึ้งตอนนั้นทางด้าน โค้ชเฮงเล่นให้กับทีม ยันม่าร์ดีเซล หรือ  เซเรซโซ โอซะกะ มาแล้ว และต้องบอกเลยว่าในปัจจุบันนี้ได้มีนักเตะที่ก้าวเข้าไปถึงในระดับลีกของประเทศญี่ปุ่นได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็น สิทธิโชค ภาโส กองหน้าดาวรุ่งทีมชาติไทยที่ต้องบอกเลยว่า เขาไปได้ไกลได้ดีเลยทีเดียว คนญี่ปุ่นถึงกับต้องชื่นชมในความสามารถของย้าเป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียว และอีกคน เมสซี่เจ ชนาธิป สรงกระสิทธ์ ที่ถูกทางด้านหนึ่งทีมของเจลีกอย่าง คอนซาโดเล ซัปโปโร ขอยืมตัว 1 ปีครี่ง และจะเป็นคนไทยคนแรกที่จะได้ไปเล่นเจลีกญี่ปุ่น

ภาษาญี่ปุ่น

อย่างที่บอกครับวันนี้เรามาพูดกันในเรื่องราวของประเทศ ญี่ปุ่นกันนะครับ ต้องบอกเลยว่า ภาษาญี่ปุ่นเป็นอีกหนึ่งภาษาที่มีอิทธิพลต่อคนไทยเป็นอย่างมากเลยทีเดียว เพราะแน่นอนว่า เป็นภาษาที่ง่ายต่อการสื่อสารเป็นอย่างมาก ปัจจุบันมีผู้ใช้ทั่วโลกราว 130 ล้านคน นอกเหนือจากประเทศญี่ปุ่นแล้ว รัฐอังกาอูร์ สาธารณรัฐปาเลา ได้กำหนดให้ภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาทางการภาษาหนึ่ง นอกจากนี้ภาษาญี่ปุ่นยังถูกใช้ในหมู่ชาวญี่ปุ่นที่ย้ายไปอยู่นอกประเทศ นักวิจัยญี่ปุ่น และนักธุรกิจต่างๆคำภาษาญี่ปุ่นได้รับอิทธิพลมาจากภาษาต่างประเทศเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะภาษาจีน ที่ได้นำมาเผยแพร่มาในประเทศญี่ปุ่นเมื่อกว่า 1,500 ปีที่แล้ว และตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา ก็ได้มีการยืมคำจากภาษาต่างประเทศที่ไม่ใช่ภาษาจีนมาใช้อีกเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะภาษากลุ่มอินโด-ยูโรเปียน เช่นคำที่มาจากภาษาดัตช์ ตัวอักษรในภาษาญี่ปุ่นที่ต้องบอกเลยว่า มี 4 ลักษณะ คือ ฮิรางานะ คะตะคะนะ คันจิ และ โรมันจิ เราจำแนกตัวอักษรญี่ปุ่นออกเป็นสองจำพวก คือ กลุ่มตัวอักษรที่ใช้แทนเสียง ซี่งได้แก่ ฮิระงะนะและคะตะคะนะ กับกลุ่มตัวอักษรที่แสดงความหมายที่เรียกว่า คันจิ โดยใช้ร่วมกับตัวเลขอารบิก และตัวอักษรโรมัน ซึ่งจะมีความหลากหลายมากกว่าภาษาที่ใช้ในประเทศใกล้เคียง เช่น ภาษาจีนซึ่งใช้ตัวอักษรจีนเป็นหลัก ส่วนภาษาเกาหลีก็จะใช้อักษรฮันกึลเป็นหลัก เป็นอีกหนึ่งภาษาที่ต้องบอกเลยว่า เป็นภาษาที่ทำให้คนไทยได้ติดต่อสื่อสารกับคนญี่ปุ่นโดยง่าย โดยเฉพาะดาราและศิลปินของประเทศ ญี่ปุ่น ที่คนไทยชื่นชอบและแน่นอนว่าตามสถาบันการศึกษาต่างๆก็มีการเปิดสอนภาษานี้ด้วย

ราเม็ง ชาบูตง ราเมงระดับทีวีแชมป์เปี้ยน

ราเม็งเป็นอาหารของประเทศญี่ปุ่นที่ต้องบอกเลยว่าหลายคนเคยได้สัมผัสกับกลิ่นหอมหวนชวนรับประทานมาบ้างแล้ว  ต้องบอกเลยว่าร้านนี้ต้องเป็นชื่อที่คุ้นเคยของคนไทยอย่างแน่นอน เพราะด้วยฝีมือของเชฟจากประเทศต้นตำรับอย่างประเทศ ญี่ปุ่น โดย Yasuji Morizumi ผู้ที่ได้ชื่อว่า ราชาแห่งราเมงและแน่นอนเขามีรางวัลที่การันตีความอร่อยของราเม็งจากรายการทีวี แชมป์เปี้ยน  ที่ต้องบอกเลยว่า ร้านนี้ มีถึง 14 สาขาในเมืองไทยเข้าไปแล้ว แน่นอนว่า ราเม็งของประเทศญี่ปุ่นหลักๆของเขาจะมีอยู่ด้วยกัน 4 แบบ อันได้แก่ Tonkotsu Ramen ราเม็งในซุปกระดูกหมูน้ำข้น Shoyu Raman ราเม็งในซุปซีอิ้วญี่ปุ่น Miso Ramen ราเม็งในซุปมิโสะ และ Shio Ramen ราเม็งในซุปใส แน่นอนว่าเมนูถูกใจถูกปากคนไทยแน่นอนจริงๆTonkotsu Miso Ramen เป็นราเม็งในซุปกระดูกหมูเข้มข้น หนักแน่นถึงรสมิโสะ เส้นลวกมาแบบนุ่ม ๆ อีกเมนูใครที่ชอบแบบเข้มข้นแบบโอ้โหคือดีต่อใจเลยจริงๆกับ Miso Ramen ออกรสแบบกลมกล่อม ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนเข้มข้นอย่างแท้จริงเลย ถ้าอยากกินแบบที่รับรางวัลแล้วละก่อนต้องที่นี้เลย SHOYU RAMEN  ที่ต้องบอกเลยว่า มันยอดเยี่ยมจริงๆ ด้วยรสชาติ ก็จะออกใสๆคล่องคอด้วยน้ำซุปที่หอมกรุ่นอย่างแน่นอน รางวัลที่ได้รับคือชนะเลิศจากรายการ tv Champion ส่วนของทานเล่นแล้วละก่อนต้องบอกเลยว่า ของทานเล่น อย่างเกี๊ยวซ่า ที่ต้องบอกเลยว่า รสชาติอร่อยได้มาตรฐานอย่างแน่นอน ทำให้ทุกท่านต้องสั่งมาทานเป็นอันดับแรกจริง นีคืออาหารจากประเทศญี่ปุ่นที่คนไทยชอบมารับประทานกันนะครับ

ภูมิศาสตร์และภัยพิบัติในญี่ปุ่น

ประเทศญี่ปุ่นประกอบด้วยหมู่เกาะประมาณ 3,000 เกาะมีเกาะขนาดใหญ่ประมาณ 4 เกาะ ตั้งอยู่บริเวณทางตอนเหนือของเอเชียบริเวณริมมหาสมุทรแปซิฟิก เกาะที่สำคัญเรียงจากเหนือไปใต้ได้แก่ฮกไกโด ฮนชู ชิโกกุ และคีวชู นอกจากนี้ยังมีหมู่เกาะริวกิวทางตอนใต้ของเกาะคีวชู ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ล้อมรอบด้วยทะเลทั้ง 4 ด้าน รวมถึงตั้งอยู่ในเขตรอยต่อของเปลือกโลก ซึ่งทำให้ญี่ปุ่นมักมีแผ่นดินไหวรุนแรงบ่อยครั้ง รวมถึงเสี่ยงการเผชิญกับพายุไต้ฝุ่นด้วย ญี่ปุ่นส่วนใหญ่ประกอบด้วยภูเขาต่างๆทางตะวันตกของประเทศ และเป็นที่ราบทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ

ญี่ปุ่นเผชิญหน้ากับภัยพิบัติทางธรรมชาติบ่อยครั้งโดยเฉพาะแผ่นดินไหว ทำให้ประเทศญี่ปุ่นมีการเตรียมพร้อมในเรื่องของแผ่นดินไหวมาก และมีการออกแบบตึกให้มีการยืดหยุนเมื่อเวลาเกิดแผ่นดินไหว แผ่นดินไหวครั้งร้ายแรงที่สุดของญี่ปุ่นเกิดขึ้นในวันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2554 วัดขนาดได้ 9.0 แมกนิจูด ก่อให้เกิดคลื่นสึนามิความสูง 40 เมตรเคลื่อนของถล่มชายฝั่งของตะวันออกของคาบสมุทรโอชิกะ โทโฮกุ แม้ว่าญี่ปุ่นมีการเตรียมการป้องกัน แต่ก็ทำให้เกิดความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง และก่อเกิดวิกฤตโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ฟูกุชิมะด้วย ในเหตุการณ์ครั้งนั้น พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงห่วงใยผู้คนที่รอดชีวิตในญี่ปุ่นและทรงพระราชทานความช่วยเหลือไปยังญี่ปุ่นด้วย

ญี่ปุ่นนอกจากจะพบกับแผ่นดินไหวแล้ว ภูมิประเทศ 70 % ของญี่ปุ่นประกอบด้วยภูเขา และภูเขาไฟจำนวนมาก ภูเขาไฟที่ใหญ่ที่สุดคือภูเขาไฟฟูจิ ซึ่งเป็นภูเขาไฟแบบกรวยสลับชั้นยังไม่ดับสนิท ระเบิดครั้งสุดท้ายเมื่อปี พ.ศ. 2250 นักธรณีวิทยาคาดว่าภูเขาไฟฟูจิอาจระเบิดขึ้นอีกครั้งซึ่งอาจเป็นการระเบิดความรุนแรงในระดับต่ำ

 

ความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นและประเทศไทย

ญี่ปุ่นแม้ว่าในช่วงอดีตที่ผ่านมาญี่ปุ่นจะทำสงครามในหลายประเทศช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีอำนาจทางการทหารมากกว่าประเทศอื่นๆในขณะนั้น แม้แต่ในประเทศนั้นญี่ปุ่นได้ใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านไปยังประเทศเพื่อนบ้านของไทย อย่าง พม่า และ สปปลาว แต่ก็มีความบาดหมางกันในช่วงนั้น ซึ่งญี่ปุ่นเองก็อาจจะเข้ายึดครองประเทศไทยเช่นกัน จนกระทั่งช่วงสงครามโลกจบลง เศรษฐกิจของญี่ปุ่นตกต่ำอย่างมากทั้งด้านการเกษตร

ประเทศญี่ปุ่นความสัมพันธ์กับไทยมายาวนานมากกว่า 600 ปี วันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2430 ทั้งสองประเทศสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตร่วมมือกันครอบคลุมด้านเศรษฐกิจ การเมือง แลกเปลี่ยนสังคมและวัฒนธรรมกันทั้ง 2 ประเทศ เราจะเห็นว่าทั้งประเทศญี่ปุ่นและไทยนั้นต่างแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกันเพื่อให้คนทั้ง 2 ประเทศได้รู้จักวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศเติบโตขึ้นจากการขยายตัวกิจการของบริษัทญี่ปุ่นในประเทศไทย ในช่วงที่ค่าเงินเยนของญี่ปุ่นแข็งตัวในช่วงปี พ.ศ.2520

ญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนในประเทศไทยอย่างเช่น ธุรกิจรถยนต์ อย่าง Toyota Honda Suzuki ซึ่งเป็นแบรนด์รถยนต์ชั้นนำของประเทศ การลงทุนกิจการของญี่ปุ่นในประเทศไทยนับเป็นอันดับ 2 ของเอเชีย รองจากจีน ในเรื่องของการท่องเที่ยว ญี่ปุ่นส่งเสริมการท่องเที่ยวให้แก่คนไทยโดยมีการยกเลิกวีซ่าสำหรับการเข้าประเทศเพื่อส่งเสริมให้คนไทยเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นเช่นเดียวกับประเทศไทยที่มีคนญี่ปุ่นเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศเป็นจำนวนมากในแต่ละปี ทั้งประเทศญี่ปุ่นและประเทศไมยมีการทำข้อตกลงทวิภาคีหลายข้อ เช่น ข้อตกลงความร่วมมือทางเทคโนโลยี การจัดทำความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น เป็นต้น

 

 

ญี่ปุ่นในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2

ในช่วงประมาณปี พ.ศ.2443 ญี่ปุ่นเริ่มก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ซึ่งเป็นยุคที่ปกครองโดยสมเด็จพระจักรพรรดิเมจิ ในช่วงยุคนี้เรียกว่า ช่วงยุคเมจิ ซึ่งทางสมเด็จพระจักรพรรดิเมจิได้ย้ายมายังเอะโดะ และเปลี่ยนชื่อเมืองหลวงจากเอะโดะเป็นโตเกียวในปัจจุบัน ในยุคนี้มีการเปลี่ยนเป็นด้านการปกครองมากมายรวมถึงมีการนำเอาการปกครองในรูปแบบตะวันตกมาใช้ด้วย รวมถึงสนับสนุนการเอาวิทยาการจากตะวันตกมาใช้ด้วย ทำให้ในยุคนี้มีความก้าวหน้าด้านอุตสาหกรรมอย่างมาก ต่อมาเริ่มมีความขัดแย้งระหว่างจักรวรรดิญี่ปุ่นและอาณาเขตระหว่างจีน คาบสมุทรเกาหลี ในพ.ศ. 2438 ญี่ปุ่นได้รับชัยชนะจากสงครามจีน-ญี่ปุ่น และสงครามรัสเซีย-ญี่ปุ่น ซึ่งญี่ปุ่นสามารถได้อำนาจปกครองไต้หวัน เกาหลี ในขณะนั้น

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กองกำลังทหารของญี่ปุ่นแข็งแกร่งมากขึ้นและมีอำนาจมากขึ้น จักรวรรดิญี่ปุ่นเริ่มมีการคิดให้ญี่ปุ่นเป็นประเทศมหาอำนาจ ญี่ปุ่นเริ่มสงครามแถบเอเชียแปซิฟิก หรือ สงครามหาเอเชียบูรพา เนื่องจากถูกกีดกันทางการค้าจากสหรัฐอเมริกา ประกอบกับญี่ปุ่นเห็นว่ากองกำลังของอเมิรกามีความเข้มแข็งอย่างมากทั้งด้านอาวุธต่างๆ จึงทำให้ญี่ปุ่นคิดแผนที่จะชิงความเป็นประเทศมหาอำนาจมากที่สุดในโลก วันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2484 ญี่ปุ่นนำเครื่องบินทั้งระเบิดโจมตีทัพเรือและทัพอากาศของสหรัฐบริเวณอ่าวเพิร์ลทำให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวง ทำให้สหรัฐประกาศสงครามกับญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ

ญี่ปุ่นเข้ายึดครองดินแดนต่างๆในเขตเอเชียแปซิฟิกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สงครามดำเนินเรื่อยมาจนกระทั่งวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ.2488 สหรัฐนำเครื่องบินทิ้งระเบิดปรมณู 2 ลูกถล่มเมืองฮิโรชิม่า และนางาซากิ ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก สุดท้ายญี่ปุ่นจึงยอมพ่ายแพ้ต่อสงครามในที่สุด

 

ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ตอนที่ 2

ญี่ปุ่นยุคต่อมาเริ่มต้นขึ้นในยุคใหม่ซึ่งเรียกว่า ยุคศักดินา เป็นยุคทองแห่งการปกครองและเริ่มมีสงครามเกิดขึ้น และมีการปกครองทางการทหารเริ่มมีอำนาจขึ้นในช่วง พ.ศ. 1728 และมีการแต่งตั้งเป็นโชกุนขึ้น มีการสร้างรัฐบาลทหารเริ่มต้นในเมืองคะมะกุระ ทำให้เริ่มต้นยุคของยุคคะมะกุระมีรูปแบบการปกครองแบบศักดินา แต่รัฐบาลคะมะกุระก็ไม่สามารถปกครองทั้งประเทศได้ เพราะพวกราชวงศ์ยังคงมีอำนาจอยู่ในภาคตะวันตก หลังจากการเสียชีวิตของโชกุนโยะริโตโมะ ตระกูลโฮโจได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้สำเร็จราชการให้โชกุน

มีการทำสงครามกันระหว่างฝ่ายรัฐบาลคะมะกุระ และจักรพรรดิโกะ-ไดโงะ ต่อมาฝ่ายคะมะรุกะก็พ่ายแพ้ต่อสงครามให้แก่ฝ่ายจักรพรรดิโกะ-ไดโงะ ก็ขึ้นครองรัฐบาลแทน ซึ่งอยู่ได้ไม่นานก็พ่ายแพ้ต่อฝ่าย อะชิกะงะ ทะกะอุจิ ซึ่งเริ่มต้นในยุคของ ยุคมุโระมะชิ ต่อมาในช่วงกลางพุทธศตวรรษที่ 20 อำนาจของโชกุนเริ่มเสื่อมถอยญี่ปุ่นเริ่มก้าวเข้าสู่ยุคตกต่ำที่สุด จนเกิดสงครามกลางเมืองขึ้น เพราะบรรดาเจ้าแคว้นในแค้วนต่างๆได้ทำการสู้รบเพื่อแย่งชิงความเป็นใหญ่ ซึ่งในยุคนั้นทำให้ญี่ปุ่นเข้าสู่ยุคสงครามที่เรียกว่า ยุคเซ็งโงะกุ

ญี่ปุ่นมีสงครามกลางเมืองมานานหลายปี จนถึงช่วงพุทธศตวรรษที่ 21 ญี่ปุ่นเริ่มมีการค้าขายกับชาวตะวันตกเป็นครั้งแรกโดยมีพ่อค้ามิชชันนารีจากโปรตุเกสเดินทางมาค้าขายและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมซึ่งกันและกัน ขณะที่สงครามดำเนินต่อไปจนโอะดะ โนะบุนะงะเอาชนะเจ้าครองแคว้นอื่นหลายคนโดยใช้เทคโนโลยีและอาวุธของยุโรปและเกือบจะรวมประเทศญี่ปุ่นให้เป็นปึกแผ่นได้แล้วจนเขาถูกลอบสังหารใน พ.ศ. 2125

ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ตอนที่ 1

ประเทศญี่ปุ่นในยุคแรกๆสันนิฐานว่าในช่วงเวลาประมาณ 35,000 ปีก่อนมีมนุษย์กลุ่มแรกได้เข้ามาอาศัยอยู่ในญี่ปุ่นครั้งแรกในช่วงยุคหินเก่า ซึ่งประเทศญี่ปุ่นถูกแบ่งเป็นช่วงยุคต่างๆซึ่งในแต่ละยุคนั้นถูกแบ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมในยุคต่างๆ โดยเริ่มแรกจะเป็นยุคโจมงเริ่มต้นราว 10,000 ปีก่อนผู้คนดำรงชีวิตโดยการล่าสัตว์ เป็นเครื่องนุ่งห่มและอาหาร รวมถึงมีเครื่องปั้นดินเผาสำหรับใส่อาหาร ต่อมาเมื่อถึงช่วงยุค 300 ปีก่อนเป็นช่วงของยุคยะโยะอิ เป็นยุคที่ผู้คนเริ่มมีการปลูกข้าว และเริ่มมีการใช้โลหะเป็นครั้งแรก

ยุคโคะฟุง เริ่มขึ้นเมื่อพุทธศตวรรษที่ 9 ถึง 12 เป็นยุคที่ญี่ปุ่นเริ่มปกครองแบบราชวงศ์ คำว่าโคะฟุง นั้นมีความหมายว่า สุสาน ซึ่งในยุคนั้นนิยมสร้างสุสานขึ้นเพื่อเป็นที่ฝังพระศพของราชวงศ์ ในยุคนี้เป็นศูนย์กลางการปกครองนั้นอยู่บริเวณภาคคันไซ เป็นยุคที่เริ่มมีพระพุทธศาสนาเข้ามาสันนิฐานว่าเริ่มเข้ามาจากคาบสมุทรเกาหลีสู่หมู่เกาะญี่ปุ่น แต่พระพุทธรูปและพุทธศาสนาในญี่ปุ่นนั้นได้รับมาจากอิทธิพลของประเทศจีนและได้รับวัฒนธรรมมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ด้วย

ยุคนะระ เป็นยุคแรกที่เริ่มมีการปกครองของญี่ปุ่นเริ่มมีความเข้มแข็งขึ้นมาก ในช่วงปี พ.ศ. 1253 – 1337 มีระบอบการปกครองที่ชัดเจนมากขึ้นศูนย์กลางการปกครองในขณะนั้นอยู่ที่ เฮโจเกียวในจังหวัดนะระในปัจจุบัน ในยุคนี้เริ่มมีการเขียนวรรณกรรมซึ่งเริ่มในช่วง พ.ศ. 1255 ในยุคนี้มีการย้ายเมืองหลวงอยู่บ่อยครั้ง ต่อมาเริ่มต้นสู่ยุคเฮดัง เริ่มต้นขึ้นในช่วง พ.ศ. 1337 ถึง พ.ศ.1728 ในช่วงของยุคนี้ถือว่าเป็นยุคทองของญี่ปุ่น อันเนื่องมาจากวัฒนธรรมญี่ปุ่นเริ่มมีบทบาทและพัฒนามากขึ้น อีกทั้งในยุคนี้ยังเริ่มมีการประดิษฐ์อักษรด้วย