ความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นและประเทศไทย

ญี่ปุ่นแม้ว่าในช่วงอดีตที่ผ่านมาญี่ปุ่นจะทำสงครามในหลายประเทศช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีอำนาจทางการทหารมากกว่าประเทศอื่นๆในขณะนั้น แม้แต่ในประเทศนั้นญี่ปุ่นได้ใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านไปยังประเทศเพื่อนบ้านของไทย อย่าง พม่า และ สปปลาว แต่ก็มีความบาดหมางกันในช่วงนั้น ซึ่งญี่ปุ่นเองก็อาจจะเข้ายึดครองประเทศไทยเช่นกัน จนกระทั่งช่วงสงครามโลกจบลง เศรษฐกิจของญี่ปุ่นตกต่ำอย่างมากทั้งด้านการเกษตร

ประเทศญี่ปุ่นความสัมพันธ์กับไทยมายาวนานมากกว่า 600 ปี วันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2430 ทั้งสองประเทศสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตร่วมมือกันครอบคลุมด้านเศรษฐกิจ การเมือง แลกเปลี่ยนสังคมและวัฒนธรรมกันทั้ง 2 ประเทศ เราจะเห็นว่าทั้งประเทศญี่ปุ่นและไทยนั้นต่างแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกันเพื่อให้คนทั้ง 2 ประเทศได้รู้จักวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศเติบโตขึ้นจากการขยายตัวกิจการของบริษัทญี่ปุ่นในประเทศไทย ในช่วงที่ค่าเงินเยนของญี่ปุ่นแข็งตัวในช่วงปี พ.ศ.2520

ญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนในประเทศไทยอย่างเช่น ธุรกิจรถยนต์ อย่าง Toyota Honda Suzuki ซึ่งเป็นแบรนด์รถยนต์ชั้นนำของประเทศ การลงทุนกิจการของญี่ปุ่นในประเทศไทยนับเป็นอันดับ 2 ของเอเชีย รองจากจีน ในเรื่องของการท่องเที่ยว ญี่ปุ่นส่งเสริมการท่องเที่ยวให้แก่คนไทยโดยมีการยกเลิกวีซ่าสำหรับการเข้าประเทศเพื่อส่งเสริมให้คนไทยเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นเช่นเดียวกับประเทศไทยที่มีคนญี่ปุ่นเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศเป็นจำนวนมากในแต่ละปี ทั้งประเทศญี่ปุ่นและประเทศไมยมีการทำข้อตกลงทวิภาคีหลายข้อ เช่น ข้อตกลงความร่วมมือทางเทคโนโลยี การจัดทำความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น เป็นต้น

 

 

ญี่ปุ่นในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2

ในช่วงประมาณปี พ.ศ.2443 ญี่ปุ่นเริ่มก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ซึ่งเป็นยุคที่ปกครองโดยสมเด็จพระจักรพรรดิเมจิ ในช่วงยุคนี้เรียกว่า ช่วงยุคเมจิ ซึ่งทางสมเด็จพระจักรพรรดิเมจิได้ย้ายมายังเอะโดะ และเปลี่ยนชื่อเมืองหลวงจากเอะโดะเป็นโตเกียวในปัจจุบัน ในยุคนี้มีการเปลี่ยนเป็นด้านการปกครองมากมายรวมถึงมีการนำเอาการปกครองในรูปแบบตะวันตกมาใช้ด้วย รวมถึงสนับสนุนการเอาวิทยาการจากตะวันตกมาใช้ด้วย ทำให้ในยุคนี้มีความก้าวหน้าด้านอุตสาหกรรมอย่างมาก ต่อมาเริ่มมีความขัดแย้งระหว่างจักรวรรดิญี่ปุ่นและอาณาเขตระหว่างจีน คาบสมุทรเกาหลี ในพ.ศ. 2438 ญี่ปุ่นได้รับชัยชนะจากสงครามจีน-ญี่ปุ่น และสงครามรัสเซีย-ญี่ปุ่น ซึ่งญี่ปุ่นสามารถได้อำนาจปกครองไต้หวัน เกาหลี ในขณะนั้น

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กองกำลังทหารของญี่ปุ่นแข็งแกร่งมากขึ้นและมีอำนาจมากขึ้น จักรวรรดิญี่ปุ่นเริ่มมีการคิดให้ญี่ปุ่นเป็นประเทศมหาอำนาจ ญี่ปุ่นเริ่มสงครามแถบเอเชียแปซิฟิก หรือ สงครามหาเอเชียบูรพา เนื่องจากถูกกีดกันทางการค้าจากสหรัฐอเมริกา ประกอบกับญี่ปุ่นเห็นว่ากองกำลังของอเมิรกามีความเข้มแข็งอย่างมากทั้งด้านอาวุธต่างๆ จึงทำให้ญี่ปุ่นคิดแผนที่จะชิงความเป็นประเทศมหาอำนาจมากที่สุดในโลก วันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2484 ญี่ปุ่นนำเครื่องบินทั้งระเบิดโจมตีทัพเรือและทัพอากาศของสหรัฐบริเวณอ่าวเพิร์ลทำให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวง ทำให้สหรัฐประกาศสงครามกับญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ

ญี่ปุ่นเข้ายึดครองดินแดนต่างๆในเขตเอเชียแปซิฟิกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สงครามดำเนินเรื่อยมาจนกระทั่งวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ.2488 สหรัฐนำเครื่องบินทิ้งระเบิดปรมณู 2 ลูกถล่มเมืองฮิโรชิม่า และนางาซากิ ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก สุดท้ายญี่ปุ่นจึงยอมพ่ายแพ้ต่อสงครามในที่สุด

 

ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ตอนที่ 2

ญี่ปุ่นยุคต่อมาเริ่มต้นขึ้นในยุคใหม่ซึ่งเรียกว่า ยุคศักดินา เป็นยุคทองแห่งการปกครองและเริ่มมีสงครามเกิดขึ้น และมีการปกครองทางการทหารเริ่มมีอำนาจขึ้นในช่วง พ.ศ. 1728 และมีการแต่งตั้งเป็นโชกุนขึ้น มีการสร้างรัฐบาลทหารเริ่มต้นในเมืองคะมะกุระ ทำให้เริ่มต้นยุคของยุคคะมะกุระมีรูปแบบการปกครองแบบศักดินา แต่รัฐบาลคะมะกุระก็ไม่สามารถปกครองทั้งประเทศได้ เพราะพวกราชวงศ์ยังคงมีอำนาจอยู่ในภาคตะวันตก หลังจากการเสียชีวิตของโชกุนโยะริโตโมะ ตระกูลโฮโจได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้สำเร็จราชการให้โชกุน

มีการทำสงครามกันระหว่างฝ่ายรัฐบาลคะมะกุระ และจักรพรรดิโกะ-ไดโงะ ต่อมาฝ่ายคะมะรุกะก็พ่ายแพ้ต่อสงครามให้แก่ฝ่ายจักรพรรดิโกะ-ไดโงะ ก็ขึ้นครองรัฐบาลแทน ซึ่งอยู่ได้ไม่นานก็พ่ายแพ้ต่อฝ่าย อะชิกะงะ ทะกะอุจิ ซึ่งเริ่มต้นในยุคของ ยุคมุโระมะชิ ต่อมาในช่วงกลางพุทธศตวรรษที่ 20 อำนาจของโชกุนเริ่มเสื่อมถอยญี่ปุ่นเริ่มก้าวเข้าสู่ยุคตกต่ำที่สุด จนเกิดสงครามกลางเมืองขึ้น เพราะบรรดาเจ้าแคว้นในแค้วนต่างๆได้ทำการสู้รบเพื่อแย่งชิงความเป็นใหญ่ ซึ่งในยุคนั้นทำให้ญี่ปุ่นเข้าสู่ยุคสงครามที่เรียกว่า ยุคเซ็งโงะกุ

ญี่ปุ่นมีสงครามกลางเมืองมานานหลายปี จนถึงช่วงพุทธศตวรรษที่ 21 ญี่ปุ่นเริ่มมีการค้าขายกับชาวตะวันตกเป็นครั้งแรกโดยมีพ่อค้ามิชชันนารีจากโปรตุเกสเดินทางมาค้าขายและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมซึ่งกันและกัน ขณะที่สงครามดำเนินต่อไปจนโอะดะ โนะบุนะงะเอาชนะเจ้าครองแคว้นอื่นหลายคนโดยใช้เทคโนโลยีและอาวุธของยุโรปและเกือบจะรวมประเทศญี่ปุ่นให้เป็นปึกแผ่นได้แล้วจนเขาถูกลอบสังหารใน พ.ศ. 2125

เรื่องราวของประเทศญี่ปุ่น

ประเทศญี่ปุ่นมีประวัติศาสตร์มายาวนานแล้ว เป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีวัฒนธรรมอันเก่าแก่และยาวนานมากวัฒนธรรมดังกล่าวสืบทอดต่อกันมาจนถึงปัจจุบันซึ่งวัฒนธรรมนั้นกลายเป็นจุดดึงดูดให้นักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชมความสวยงามของวัฒนธรรมอันเก่าแก่ยาวนาน ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เป็นหมู่เกาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก มีเนื้อที่ราวๆ 377,944 ตารางกิโลเมตร ประเทศญี่ปุ่นมีสัญลักษณ์ตัวอักษรเป็นตัวคันจิซึ่งแปลว่า ถิ่นกำเนิดของดวงอาทิตย์ ประเทศญี่ปุ่นจึงได้รับฉายาว่า แดนอาทิตย์อุทัย

ญี่ปุ่นประกอบด้วยเกาะน้อยใหญ่กว่า 3,000 เกาะ มีเกาะขนาดใหญ่คือ เกาะฮอนชู ฮกไกโด คิวซู และซิโกกุ ประเทศส่วนมากเป็นหมู่เกาะประกอบด้วยภูเขา ญี่ปุ่นตั้งอยู่ในเขตรอยต่อของเปลือกโลกจึงทำให้มีแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง อีกทั้งยังมีภูเขาไฟกระจายตามพื้นที่ต่างๆ ภูเขาไฟที่ใหญ่ที่สุดคือ ภูเขาไฟฟูจิ เป็นภูเขาไฟที่สงบแต่ยังไม่ดับสนิท ประชากรของญี่ปุ่นนั้นมีมากเป็นอันดับที่ 10 ของโลก หรือประมาณ 128 ล้านคน โดยเฉพาะพลเมืองที่อาศัยอยู่เขตเมืองหลวงอย่าง โตเกียว

ญี่ปุ่นเป็นประเทศหนึ่งที่มีความสำคัญด้านการงาน อุตสาหกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากรวมถึงมีการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมที่สืบทอดมายาวนานให้เข้ากับยุคสมัยให้เป็นเอกลักษณ์ของตนเองและยังคงดำรงสิ่งปลูกสร้างสถาปัตยกรรมโบราณต่างๆให้คนรุ่นหลังได้รู้ถึงประวัติความเป็นมา ทำให้ญี่ปุ่นกลายเป็นประเทศหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์และมีอิทธิพลมากที่สุดในเอเชียตะวันออก ในปัจจุบันเราจะเห็นสินค้าเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำหน้ามากอย่างเช่น Sony ซึ่งมีการพัฒนาด้านเทคโนโลยีที่ละเอียดและทนทาน รวมถึงการท่องเที่ยวที่มีผู้คนจากต่างๆประเทศเข้ามาเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นมากมาย ทำให้ญี่ปุ่นเป็นอีกประเทศหนึ่งที่เด่นทางด้านการท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของโลก